[Review] Baby Bar

posted on 22 Dec 2009 19:41 by chocoffee  in Review

Coffee@Baby Bar

Walk in 10-12-2009

Location; Chaing Mai

Review ร้านกาแฟ ร้านแรกประจำ Blog ที่ไอ้คุณ Choco อุตส่าห์สร้างขึ้นมาเพื่อการนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มี Review ใน Blog ซักที ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง Blog มี Review ร้านแรกจนได้

ประเดิมร้านแรกที่ Baby Bar มุมถนนราชดำเนิน ตรงข้ามวัดพระสิงห์ หลังจากที่ผม SadDog กับ ไอ้คุณ Choco ไปถึงเชียงใหม่ เราก็ออกตระเวนหาที่กิน ที่เที่ยวกันตามประสา “หมาบ้า” กะ “หน้าดำ” ทันที เราเริ่มออกเดินกันตั้งแต่ซอยวัดท่าสะต๋อย (ซอยบ้านคุณน้ากระผมเอง) บนถนนเชียงใหม่ – ลำพูน ข้ามแม่น้ำปิง เพื่อมากินมื้อเช้ากันในซอยเจริญประเทศ 1 ณ ร้านข้าวซอยอิสลาม ร้านข้าวซอยหน้าหนึ่งของ Guide book เกือบทุกเล่ม แต่เพราะเราไม่ได้จะ Review ข้าวซอย เลยขอข้ามไป

หลังจากอิ่มแต่ไม่หนำกับมื้อเช้าแล้ว เราก็เริ่มต้นเดินๆๆๆๆ เลาะไปตามถนนท่าแพไปเรื่อยๆ เพราะคิดดีแล้วว่าในเมื่อไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหนก่อนดีก็ไปตั้งต้นมันที่วัดพระสิงห์ก็แล้วกัน สองแถวราคา 20 บาท ที่แพงมากถ้าเทียบกับระยะทางที่คนขับจะพาเราไป ดังนั้น 2 ขาเท่านั้นที่จะทำให้กระเป๋าของเรายังคงสภาพเดิมได้นานตลอดการเดินทาง ผ่านประตูท่าแพเข้ามาได้ เราก็เจอกับถนนราชดำเนินที่มุ่งตรงสู่วัดพระสิงห์ ขา 2 คู่ 4 ข้าง ของผมกับ Choco เริ่มหนักขึ้นนิดหน่อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ สมองเริ่มมึนตื้อร้องหาแต่ กาแฟๆๆๆๆ ตลอดรายทางร้านกาแฟมีมากมายให้ท่านเลือกสรร ทั้งแบล็คแคนยอน, สตาร์บัค, หรือแฟรนไชน์เจ้าถิ่นชื่อดังอย่าง วาวี (ที่เราอาจจะ Review ต่อ) แม้แต่ร้านอาหารเช้าในโรงแรมก็ยังมีกาแฟสดขาย มันก็ยั่วยวนชวนนั่งดื่มอยู่หลายร้านหรอกนะ แต่พอแอบดูราคาแล้ว 2 ขาก็ก้าวเดินต่อไปโดยอัตโนมัติอย่างรู้หน้าที่

ในที่สุดจุดหมายปลายทางก็อยู่ตรงหน้าแค่ข้ามถนนเท่านั้น แต่เสียงในหัวที่ยังคงร้องหา กาแฟๆๆ ไม่มีร้านน่าสนใจเลยหรือไงนะ เหลียวซ้าย แลขวา 2 ขากำลังจะข้ามถนน แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็น ร้านไอศกรีมสีขาวๆ น่าร้ากน่ารัก Baby Bar กาแฟร้อน แก้วละ 30 บาท โอ้ว สวรรค์ ทิศทางการก้าวข้ามถนนเปลี่ยนโดยฉับพลัน ซ้าย ขวา หน้า หลัง ถนนโล่งปลอดภัยไปโลด

อ้อ! ลืมบอกไปนิด ถ้าหากเราหันหน้าเข้าวัดพระสิงห์ ร้านนี้จะอยู่มุมถนนขวามือครับผม

แต่ครับแต่ เรายังคงยืนลังเลอยู่หน้าร้าน 2 นาที ก่อนเปิดประตูด้วยเหตุผล ไม่มั่นใจในรสชาติกาแฟของร้านนี้ ที่ดูจะเน้นขายไอศกรีมกับน้ำปั่นมากกว่าขายกาแฟ แต่ทางเลือกก็ไม่มีมากนัก ได้กินกาแฟสดที่ไม่อร่อย ยังไงก็ดีกว่ากินกาแฟกระป๋องแน่นอน เปิดประตูเข้าร้านโดยฉับพลันก่อนที่สมองน้อยๆจะมึนอื้อไปกว่านี้

 


 

เมื่อเข้ามาในร้านได้สิ่งแรกที่ผมเห็นก็คือ “คนขาย” ครับ กำลังจัดร้าน ปัดกวาดเช็ดถูอยู่ข้างใน แต่พอเห็นลูกค้า เธอก็ล้างมือ เปิดแอร์ และเข้าประจำที่พร้อมรับออร์เดอร์ทันที

หมาบ้า อย่างผม แน่นอนว่าต้องสั่ง Espresso เท่านั้น ไม่ใช่ว่าอะไรหรอกครับ พอดีว่าอยู่ในช่วงลดน้ำหนักครับ อิอิ ไม่ควรบริโภคกาแฟใส่นมมากเกินขนาด ส่วนหน้าดำ หุ่นดี คุณ Choco สั่งลาเต้ร้อนมาลิ้มลอง หน้าตาเครื่องดื่มก็อย่างที่เห็นในรูป

พอสั่งเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มจะสำรวจรอบๆร้านทันที ภายในมีขนาดไม่ใหญ่นัก เรียกได้ว่าแคบเลยล่ะถ้ามีลูกค้าเข้าร้านมาพร้อมกันซัก 7 คน มีโต๊ะอยู่ 3 – 4 โต๊ะ ด้านในสุดก็มีคอมพิวเตอร์ให้เล่นอินเตอร์เน็ตได้

บรรยากาศในร้านเป็นโทนสีขาว มีชั้นวางหมีน่ารักๆ และชั้นวางของกระจุกกระจิกสำหรับลูกค้าวัยทีนอยู่มุมหนึ่ง สำรวจได้ไม่นาน กาแฟก็ถูกยกมาเสิร์ฟพร้อมซองน้ำตาลทรายและคอฟฟี่เมท

 

Espresso น่าตาพอใช้มีฟองแต่ยังไม่เป็นสีทองดีนัก แต่ก็ถือว่าให้ผ่านสำหรับร้านที่ไม่เน้นขายกาแฟ ส่วนลาเต้ร้อนก็ดูดีไม่น้อย แอบมีลายเส้นบางๆแบบลาเต้อาร์ตอยู่บนฟองนมด้วย ให้ผ่านอีกเช่นกัน สำหรับลาเต้แอบอาร์ต

หลังจากใส่น้ำตาลลงในแก้วและคน การสูดดมก็เริ่มขึ้น สำหรับ Espresso ยังไม่จัดว่าเป็นกลิ่นที่ชวนฝันนัก แต่ก็ไม่ได้มีกลิ่นสาบที่ขี้เหร่ (มาตรฐานกลิ่นชวนฝันผมยึดสตาร์บัคเป็นต้นแบบ...ถ้าทำได้เทพมาก) ก็ให้ผ่านอีกเช่นกัน แต่ไอ้ครั้นจะให้ซดกาแฟแบบไม่มีขนมแกล้มมันก็ออกจะรู้สึกผิดธรรมเนียมที่ผมตั้งขึ้นเองอยู่บ้าง ไหนๆก็ไหนๆละ สั่งไอศกรีมมากินคู่กับกาแฟก็ได้

ไอศกรีมที่นี่เป็นสูตรเจลาโต้ แบบอิตาลีที่กำลังนิยมอยู่ตอนนี้ ขอชิมอยู่ 2 – 3 รส สรุปก็ได้รสผลไม้รวมมา 1 ลูก คือจริงๆก็มีชื่อหรูหราไฮโซนะไอ้ลูกนี้ แต่ว่าผมจำไม่ได้จริงๆ ยาวมากอ่านก็ยากด้วย

เป็นความรู้สึกที่แปลกนิดๆกับการกินกาแฟคู่ไอศกรีมเชอร์เบท กาแฟขมๆอมหวาน กับ เชอร์เบทจี๊ดจ๊าด แต่ก็ถือว่าลงตัวดี ไอศกรีมเย็นๆในหน้าหนาว กับ กาแฟร้อนๆขมๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามันเข้ากันได้นะ รสผลไม้รวมเปรี้ยวจัดจ้านสะใจมากสำหรับคนชอบเปรี้ยวอย่างผม ผลเบอร์รี่เล็กๆที่ปนๆมาในไอศกรีมก็สดชื่นได้ใจดี พอกินจนเย็นท้องก็ซดกาแฟอุ่นๆตามลงไป ไม่รู้ว่ารสชาติตีกันจนเกินไปหรือเปล่านะแต่มันก็อร่อยดี

ส่วนไอศกรีมอีกก้อนที่คุณ Choco สั่งมาเป็นรสโยเกิร์ตบลูเบอรี่ เปรี้ยวอมหวาน รสชาตินุ่มลิ้น เหมาะกับคนที่ไม่ชอบกินเปรี้ยวมากนัก แต่ผมขอบาย ชอบจี๊ดจ๊าดสะใจแบบผลไม้รวมมากกว่า ก็ไม่รู้ว่าโยเกิร์ตบลูเบอรี่มันจะเข้ากับลาเต้ร้านได้ไหม อันนี้คงต้องรอ Choco มา Review ด้วยตัวเองแล้วล่ะ

"สวัสดีครับ ผม Choco หรือ ช็อกโก้เพื่อนร่วมการเดินทางของคุณ หมาบ้า เองครับ

เนื่องจากโปรยกันมาขนาดนี้แล้วจะไม่มาบรรยายแบ่งปันความอร่อยกันหน่อยมันก็กะไรอยู่ เดี๋ยวคนจะสาปแช่งเอาได้ อย่างที่หมาบ้าได้บอกครับ ผมเริ่มต้นวันด้วยกาแฟรสชาตินุ่มนิ่มเบาปางอย่าง ลาเต้ กาแฟที่เน้นหนักไปทางด้านนมซะมากกว่า เหมาะกับผู้ที่อยากลองกาแฟแ่ต่กลัวเมา!

จริงๆแล้วผมจะติดปากสั่ง "คาปูชิโน่" ซะมากกว่า แต่เพราะคิดว่าไงๆ วันนี้คงได้มีโอกาสหากาแฟกระแทกปากอีกแน่ๆ เลยสั่งกาแฟที่เบาๆ ลงมากว่าคาปูชิโน่อีก อย่างลาเ้ต้

กาแฟถือว่าโอเคนะครับ แต่เหมือนขาดอะไรไปซักอย่างจนตอนนี้ที่ร่างกลับมาถึงกรุงเทพแล้วก็ยังนึกไม่ออก เหมือนนั่งจิบกาแฟแบบมึนๆ หรือตอนนั้นผมง่วงก็ไม่ทราบได้

พอเหลือบไปเห็นไอศครีมที่คุณหมาบ้าไปยืนเลือกๆ ดมๆ อยู่นั้นก็เกิดอาการอยากจะลองลิ้มชิมรสควบคู่กับกาแฟดูบ้าง...ใครยังไม่เคยลองก็ลองซะนะครับ ถือซะว่าครั้งหนึ่งในชีวิตสิ้นชีพไปได้ไม่เสียใจ(เวอร์จริงๆ)

ผมสั่ง "โยเกิร์ตบลูเบอรี่"รสชาตินุ่มลิ้น เปรี้ยวนิด หวานหน่อยชิมคำแรกแล้วนึกถึงวัยเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ในทุ่งดอกไม้ กับเพื่อนๆ วัยเดียวกัน (เหมือนพวกการ์ตูนสุดยอดอาหาร ประมาณนั้น!)

ยังไม่พอครับผมอยากรู้ว่าถ้าทั้งสองอย่าง ความเย็น กับ ความร้อนมันจะกินพร้อมกันได้มั้ย? เลยตัดไอศครีมใส่ปาก แล้วยกลาเต้ตาม

อะฮืมมมมม~ บรรยายไม่ถูก! ต้องลองถึงจะู้ว่า...มันเหมือนจะเข้ากันไม่ได้แต่มันก็เข้ากันแบบโอเคอยู่ กาแฟอุ่นๆ มีรสขมนิดๆ กับไอศครีมโยเกิร์ตรสชาติหวานอมเปรี้ยวเย็นๆ ปะทะกันอยู่ภายในปาก เหมือนคลื่นซึนามิซัดเข้ากระแทกกับธารลาวา (ยังเวอร์ได้อีก)

อืม...ทิ้งท้ายไว้ว่า..."น่าลอง"

ขอจบกระบวนความเท่านี้ครับ...by chocodevil"

กินเสร็จคิดเงิน แบบแยกจ่าย ก็ถือว่าราคาสบายๆ รสชาติของกาแฟและไอศกรีมก็ถือว่าสมราคา แถมบรรยากาศในร้านก็ยังน่ารักน่าถ่ายรูปเล่นอีก ส่วนไอศกรีมก็อร่อยมาก ผลการคำนวณออกมาดังนี้

Espresso ร้อน 30 บาท ไอศกรีม 1 ลูก 35 บาท = 65 บาท ลาเต้ร้อน 35 บาท ไอศกรีม 1 ลูก 35 บาท = 70 บาท

ถือว่าเป็นราคาที่คบได้ 65 – 70 บาท ได้กินตั้ง 2 อย่าง ถ้าแวะร้านอื่นคงกินได้แค่กาแฟ หรือ เบเกอรี่ หรือ ไอศกรีม อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าอยากกินกาแฟคู่กับขนมด้วยคงต้องจ่ายเกินร้อยแน่ๆ จะมีให้ตินิดเดียวก็ตรงที่ไม่มีน้ำเปล่าให้ดื่มหลังกาแฟหมดถ้วย กับน้ำตาลที่เอามาเสิร์ฟเป็นน้ำตาลทรายขาวนี่แหละ ถ้าหากว่ามีน้ำตาลกรวดหรือน้ำตาลทรายแดงจะดีกว่ามาก แต่ผมก็ไม่คิดมากอยู่แล้วยังไงน้ำตาลมันก็ให้ความหวานและความอ้วนเหมือนๆกันอยู่แล้ว หรือคุณว่าไม่จริง 555+

by SadDog

 

ความคิด

posted on 13 Dec 2009 17:42 by chocoffee  in write

ความคิด

 

ค่ำคืนอ้างว้างลมหนาวพัดโบย

สายลมโชยเอื่อยแผ่วแว่วความคิด

เปล่าเปลี่ยวเหงาเดียวดายคืนมืดมิด

อาดูรจิตครวญคิดคะนึงหา

สายลมพาเวลาพัดผ่านเลย

สายลมเอยพัดหัวใจไกลหนักหนา

ลมเจ้าเอยวอนเจ้าพัดหวนมา

วอนพัดพาหัวใจย้อนกลับคืน

กลางคืนแรมดาราพราวสกาวฟ้า

ดั่งจันทราลาลับหลบสะอื้น

นิทราฝันไม่นานก็คืนฟื้น

ในยามตื่นครวญคิดยามนิทรา

เพียงความคิดหวนหาถึงวันเก่า

คืนแรมเหงาเศร้าซ้ำย้ำหนักหนา

ฝากความคิดไว้บนท้องนภา

เพียงกระซิบฝากฟ้าฉันรักเธอ

 

SadDog

01/11/2552

 

ทำนองโศก

posted on 15 Nov 2009 13:03 by chocoffee  in write

ทำนองโศก

 

ร่ำสุราลงจอกกรอกกระดก

วณิพกร่ำทำนองเสนาะไหว

ท่วงทำนองพัดล่องพลิ้วแผ่วไกล

แว่วตามสายลมพัด ณ ราตรี

ร่ำสุราท่ามบทเพลงอันโศกศัลย์

เพลงรำพันความเศร้าชวนหลีกหนี

อันความทุกข์ใดใดที่โลกมี

ณ ที่นี่ ที่นั่น ที่ร้อนรน

ร่ำสุรางมงายเดียวดายสะท้อน

ให้อาวรณ์อาดูรจนเอ่อล้น

ครุ่นคำนึงถึงค่าแห่งตน

ที่ผ่านพ้นผ่านมาเยี่ยงไร

ร่ำสุราพันจอกให้เมามาย

ราตรีคล้ายฝันตื่นกลืนสมัย

ท่วงทำนองโศกสลดอาลัย

ที่ผ่านไปมิผ่านเลยมิลางเลือน

 

 

SadDog

02/11/2552