Ever After II [ระหว่างรัก]

posted on 31 Oct 2009 11:05 by chocoffee  in write

Ever After II [ระหว่างรัก]

“แล้วเจ้าชายก็ครองรักกับเจ้าหญิงอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์” ฉันปิดหนังสือนิทานเล่มเล็กลงอย่างเบามือ ก่อนจะจูบแผ่วเบาที่หน้าผากของเจ้าหญิงตัวน้อยในอ้อมกอด ด้วยกลัวว่าเธอจะตื่นขึ้นจากนิทราอันแสนสุข ฉันค่อยๆคลายอ้อมกอดนั้น จัดผ้าห่มให้แน่ใจว่าคืนนี้เธอจะอบอุ่นอยู่บนเตียงนุ่ม ก่อนจะกลับออกไปอย่างแผ่วเบา

ทางเดินสลัวที่คุ้นชินแม้ไม่ต้องเปิดไฟก็สามารถก้าวผ่านได้โดยไม่สะดุด ฉันกลับเข้าสู่ห้องนอนของตัวเอง ซุกตัวลงภายใต้ผ้าห่มอุ่นและเบียดตัวเข้าสู่อ้อมกอดของคนที่นอนอยู่เคียง ข้าง ท่อนแขนกำยำนั้นดูเหมือนจะให้ความอบอุ่นและมั่นคงมาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา แม้วันนี้เจ้าหญิงตัวน้อยของเราจะสามขวบแล้วก็ตาม แต่กระนั้นตลอดระยะเวลาที่มาฉันกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เหมือนยังคงมีอะไรบางอย่างที่กางกั้นความรักของเรา ประโยคสุดท้ายจากหนังสือนิทานที่เพิ่งจบลงไปยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด “มันจริงแน่หรือที่เจ้าชายกับเจ้าหญิงจะครองรักกันอย่างมีความสุขชั่วนิรัน ดร์” และมันแน่หรือ “ที่พวกเขาจะรักกันจริงๆ เพียงแค่แรกพบสบตา มันทำให้เกิดความรักชั่วนิรันดร์ได้จริงหรือ”

ลมหายใจสม่ำเสมอของคนข้างกายทำให้รู้ว่าเขาหลับสนิทแล้ว ขณะที่ฉันยังคงวนเวียนกับความคิดที่สลัดไม่หลุด ฉันลอบมองเสี้ยวหน้าของเขาในความมืด ชายที่ดีแสนดีในชีวิตที่คนทั่วไปมักมองอย่างอิจฉาฉันเสมอที่มีเขาอยู่ข้าง กาย ผู้เป็นสามีที่ดีและคุณพ่อที่น่ารัก เขาไม่เคยบกพร่องในหน้าที่ใดๆเลยแม้แต่น้อย ทุกวันฉันทำได้เพียงตอบแทนความดีของเขาโดยไม่อาจตอบแทนความรักให้เขาได้ ไม่รู้ว่าหากวันใดที่เขารู้ความจริงในข้อนี้ เขาจะยังคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีฉันอยู่เคียงข้างอีกหรือไม่ ความคิดยังไม่ทันจะจบสิ้นแต่หากความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันทำให้เปลือก ตาไม่อาจต้านทานความหนักอึ้งนั่นได้ มันค่อยปิดลงอย่างช้าๆและผลักให้ฉันเข้าสู่นิทราในไม่กี่อึดใจถัดมา

ร้านกาแฟบรรยากาศน่ารัก สบายๆ ย่านใจกลางเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของภาคเหนือ วันนี้ผู้คนในร้านค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับขนาดของร้าน แต่ก็ยังไม่เบียดเสียดเกินไปนัก เสียงกระดิ่งบนประตูบานใหญ่ของร้านดังขึ้น บ่งบอกให้เจ้าของร้านรับรู้ถึงจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น หญิงสาวบุคลิกโฉบเฉี่ยว หน้าสวยได้รูป ทุกอย่างที่ปรากฏเรียกความสนใจของทุกผู้คนที่ได้พบ เธอก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีไม่รีบร้อน จังหวะการก้าวเดินที่ดูมั่นใจแต่ไม่เย่อหยิ่ง ทุกอากัปกิริยาสะกดสายตาของฉันให้จับจ้องอยู่ที่เธอ แทนที่จะเป็นกาแฟหรือหนังสือในมือ

ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีของฉันหรือไม่ที่วันนี้โต๊ะทุกตัวในร้านล้วนมีคนจับจอง ไว้หมดแล้ว เลยเป็นการบังคับเธอกลายๆให้มาร่วมโต๊ะกับฉันซึ่งนั่งอยู่เพียงลำพัง ผู้หญิงบุคลิกน่าประทับใจมานั่งอยู่ตรงหน้าแล้ว ชวนให้ฉันรู้สึกประหม่าไปหมด อยากเริ่มบทสนทนา แต่ก็กลัวว่าเธอจะมองว่าเป็นการเสียมารยาท ทั้งที่ปกติฉันเข้ากับคนอื่นง่าย แต่กับเธอตรงหน้าฉันกลับลังเลที่จะเริ่มบทสนทนา เมื่อคิดอะไรไม่ออกเลยได้แต่สนใจกับกาแฟและหนังสือในมือแทน แต่แล้วเสียงทักทายจากหญิงสาวตรงหน้าก็เริ่มขึ้น

จู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเธอตรงหน้ากระโดดข้ามโต๊ะกาแฟตัวจิ๋ว เข้ามาบีบคอ และเขย่าฉันอย่างรุนแรงราวกับว่าเธอโกรธเคืองฉันนักหนา ฉันไม่อาจปัดป้องการกระทำนี้ได้เลย แล้วก็มีเสียงดังมาจากที่ไหนสักแห่งไกลๆแว่วๆว่า “ตื่นๆๆๆๆๆ ตื่นได้แล้ว”

ฉันพยายามลืมตาอันหนักอึ้งขึ้น แล้วก็พบว่าเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยจอมซนที่เป็นเจ้าของเสียงแว่วๆนั่น และบัดนี้กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวฉันพร้อมกับเขย่าตัวฉันอยู่ เรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนจึงจบลงพร้อมแสงของวันใหม่และเจ้าหญิงตัวน้อยที่ กำลังปลุกให้ฉันลุกจากเตียงอยู่ หันไปมองคนข้างกายบัดนี้เขาไม่ได้อยู่บนเตียงแล้ว คงเป็นเขาที่ให้เจ้าหญิงจอมซนมาปลุกฉันเป็นแน่ ในวันสุดสัปดาห์แบบนี้ฉันจะพาเจ้าหญิงตัวน้อยไปเรียนว่ายน้ำ กิจกรรมสุดโปรดของเธอ

เรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนกลับมาตอกย้ำให้ฉันหวั่นไหวเมื่อได้พบกับร่างคุ้น ตาที่แม้เพียงจะเห็นแค่ด้านหลังฉันก็ยังคงจำได้ หนึ่งสัปดาห์ก่อนหลังจากเจ้าหญิงจอมซนว่ายน้ำเสร็จ เราแวะกันที่ร้านกาแฟหรูกลางห้างชื่อดัง ด้านหลังของผู้หญิงชุดดำที่เดินถือถ้วยกาแฟเดินออกจากร้านช่างคุ้นตา ฉันรีบเดินตามผู้หญิงคนนั้นไปแต่สุดท้ายก็คลาดกับเธอท่ามกลางฝูงชน

วันนี้ฉันเร่งเจ้าหญิงจอมซนให้ทำกิจวัตรหลังจากว่ายน้ำให้เร็วขึ้น เผื่อว่าระหว่างที่เราแวะร้านกาแฟร้านเดิมฉันจะได้พบกับใครบางคน แม้ว่าจะอ้อยอิ่งอยู่กับกาแฟนานเท่าไหร่ก็ยังไม่มีวี่แววของคนที่ฉันอยากจะ พบ จนเจ้าหญิงจอมซนหมดความอดทนที่จะนั่งอยู่ที่ร้านนี้ต่อไป เธอรบเร้าให้ฉันพาไปร้านหนังสือสำหรับเด็กเสียที อย่างไรเสียฉันต้องทำตามเสียรบเร้านั่นเสียแล้วเพราะไม่อาจหาเหตุผลใดที่จะ นั่งอยู่ที่นี่อีกแล้วเช่นกัน

เมื่อมาถึงร้านหนังสือสำหรับเด็กฉันโทรศัพท์นัดกับเขาให้มารับในอีกหนึ่ง ชั่วโมงข้างหน้า เจ้าหญิงจอมซนกำลังเพลิดเพลินกับหนังสือหลากเล่มตรงหน้า ภาพนั้นทำให้ฉันหลงลืมเรื่องของเธอคนนั้นไปชั่วขณะ เราช่วยกันเลือกหนังสือนิทานได้หลายเรื่อง ระหว่างรอให้ถึงเวลานัดหมายฉันเริ่มอ่านนิทานให้เจ้าหญิงฟัง “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” ฉันอ่านได้แค่นั้นก็มีเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยกล่าวทักทายฉันขึ้นทางด้านหลัง ฉันไม่รีรอที่จะหันกลับไปมองทางต้นเสียง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ฝ่ามือเย็นเฉียบ ทั้งประหม่าและตื่นเต้นไปหมด เป็นเธอจริงๆ เธอกลับมายืนตรงหน้าฉันอย่างที่ฉันไม่เคยคาดฝันมาก่อน ฉันพูดอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว แม้แต่การตอบรับการทักทายของเธอก็ไม่มี แต่เธอยังคงยิ้มให้ฉันเหมือนเคย รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจฉันอบอุ่นทุกครั้งที่ได้รับ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ จนกระทั่งเสียงเล็กๆข้างตัวถามไถ่ถึงผู้มาใหม่ตรงหน้า ฉันจึงได้สติและแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน เธอนั่งลงข้างๆฉันเพื่อช่วยอ่านนิทานให้เจ้าหญิงจอมซนฟังระหว่างที่รอเวลา นัดหมาย

ร่างสูงคุ้นตาเดินเข้ามาในร้านตรงมายังพวกเราที่นั่งอยู่มุมด้านในสุดของ ร้าน เขาตรงเข้าช่วยถือหนังสือนิทานกองใหญ่เพื่อเตรียมไปชำระเงิน โดยที่ไม่ทันได้สังเกตผู้หญิงอีกคนที่ร่วมวงอยู่ด้วย จนเธอเอ่ยทักทายเขาอย่างคนรู้จักที่ไม่ได้พบกันมานาน ฉันจับสังเกตบางอย่างในแววตาของเขาได้ มันผิดแปลกออกไป บางอย่างนั้นทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีจนต้องแอบชำเลืองไปยังเธอ ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อฉันไม่พบอะไรบางอย่างในแววตาของเธอ มันดูปกติธรรมดาอย่างที่ควรเป็น เธอคงจะสังเกตฉันอยู่บ้างจึงอธิบายให้ฉันรู้ว่าทั้งเขาและเธอเคยทำงานอยู่ ที่เดียวกันก่อนที่เธอจะย้ายไปอยู่เมืองเหนือ

ระหว่างที่เดินไปยังเคาน์เตอร์ชำระเงิน ฉันพบว่าเขาเดินก้าวนำไปโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีก แต่เธอยังคงมีท่าทีพูดคุยกับฉันอย่างปกติ แต่ก่อนที่เธอจะขอตัวจากไปเธอได้ขอโทรศัพท์มือถือของฉันไปกดอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะส่งคืนมาให้ฉัน แล้วขอตัวจากไป

คืนนี้ก็เหมือนเช่นทุกคืนที่ฉันจะพาเจ้าหญิงจอมซนเข้านอนพร้อมประโยคอมตะใน เทพนิยาย “แล้วเจ้าชายก็ครองรักกับเจ้าหญิงอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์” หลังจากส่งเจ้าหญิงจอมซนเข้านอนได้ไม่นานโทรศัพท์มือถือที่ฉันแอบพกติดตัวมา ด้วยก็สั่นขึ้น หน้าจอเตือนว่ามีข้อความใหม่ ข้อความราตรีสวัสดิ์ธรรมดาๆ แต่มันเป็นข้อความจากคนที่ฉันรอคอย คืนนี้เป็นอีกคืนที่ฉันจะนอนหลับฝันดี

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาจะต้องมีข้อความราตรีสวัสดิ์แสนธรรมดาเข้ามาในเวลา สามทุ่มของทุกวัน จนฉันคิดว่าเป็นการรอคอยที่แสนเป็นสุข หากว่าทุกๆวันเข็มนาฬิกาจะเดินมาหยุดที่เวลาสามทุ่ม

แม้ว่าฉันกับเธอผู้เป็นเจ้าของข้อความเวลาสามทุ่มจะไม่ได้พบเจอกันบ่อยนัก เนื่องจากระยะทางที่ห่างไกล แต่นั่นกลับทำให้ฉันรู้สึกดีกว่าที่อย่างน้อยๆความลับระหว่างเรามันจะยังคง เป็นความลับไปอีกนาน หลายๆครั้งที่เราพบกันฉันมักจะต้องพาเจ้าหญิงจอมซนไปด้วย แต่ดูว่าพวกเธอเข้ากันได้ดีจนฉันคิดว่า หากเจ้าชายกับเจ้าหญิงไม่อาจครองรักกันชั่วนิรันดร์ ชีวิตของเจ้าหญิงคงไม่ได้มีความสุขลดน้อยลงไปแน่ๆ

แต่ความสุขมักจะอยู่กับคนเราไม่นาน เมื่อต้องพบกับความจริงที่ไม่อาจหนีพ้น เจ้าชายยังคงอยู่เคียงข้างฉันโดยที่ไม่เคยรับรู้เลยว่าเจ้าหญิงกำลังจะ ตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่อาจทำให้พวกเขาไม่อาจครองรักกันอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์ต่อไปได้อีก แล้ว สายตาเปี่ยมรักยังคงมองมาที่ฉันกับเจ้าหญิงจอมซน มันยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ฉันไม่อาจกระทำการได้อย่างใจคิด ในเวลาแบบนี้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกับความต้องการของหัวใจปั่นป่วนความคิด ให้ยุ่งเหยิงไปหมด ความสงสารชายแสนดีตรงหน้าทำให้ฉันไม่อาจตัดใจให้พูดสิ่งที่ใจคิดออกมาได้ ไหนจะเจ้าหญิงจอมซนในอ้อมแขนของเขานั่นอีก ภาพนั้นทำให้ฉันสะอึก ได้แต่กรีดร้องอยู่ภายในกับความจริงที่แสนโหดร้ายนี้ หากเพียงการตัดสินใจของฉันอาจทำลายคนที่ไร้ความผิดถึงสองคน ในขณะที่หัวใจแทบทั้งหมดของฉันโบยบินไกลแสนไกลเสียแล้ว

ความสับสนทั้งหมด กับเรื่องราวที่เป็นอยู่นี้ทำให้ฉันไม่อาจจะจบเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ได้ ชีวิตจริงไม่ใช่เทพนิยาย ที่เจ้าหญิงจะรักเจ้าชายเสมอไป แต่เจ้าหญิงก็ไม่อาจที่จะครองคู่กับคนที่เธอรักได้สมใจ ฉันจึงยังคงแอบซ่อนอีกหนึ่งความรักเอาไว้อย่างคนเห็นแก่ตัว โดยไม่อาจตัดสินได้ว่าคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นใคร ระหว่างผู้ชายแสนดีผู้ซึ่งไม่เคยรับรู้ความจริงเลย หรือผู้หญิงที่ฉันรักที่ยอมรับความจริงทุกอย่างและอยู่เงียบๆในที่ของเธอ ทั้งหมดเป็นการตัดสินใจที่ยากเย็น แต่คำตอบที่แน่ชัด ฉันรักเธออย่างแน่นอน

เวลาสามทุ่มตรง คืนนี้ข้อความราตรีสวัสดิ์ที่ฉันรอคอย หายไป ฉันยังคงรอคอยเผื่อว่าข้อความจะมาถึงช้า หรือเผื่อว่าเธอจะยุ่งกับงานจนไม่ลืมเลือนไป ฉันรอคอยข้อความนั้นอยู่นาน จากสามทุ่มเป็นสี่ทุ่ม...ห้าทุ่ม...จนกระทั่งเริ่มเข้าวันใหม่...ไม่มีข้อ ความหรือโทรศัพท์ดังขึ้นตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าฉันจะพยายามติดต่อเธอเท่าไหร่มันก็ไม่เป็นผล ครั้งสุดท้ายที่ฉันโทรศัพท์ถึงเธอได้สำเร็จ ปรากฏว่าหมายเลขถูกเปลี่ยนเจ้าของเป็นร้านส่งแก๊สทางภาคอีสานไปเสียแล้ว

ฉันเก็บความสงสัยและความคิดถึงไว้ต่อไป และดำเนินชีวิตไปตามปกติอย่างที่มันควรจะเป็นโดยไม่มีเธอ เจ้าหญิงจอมซนกำลังจะขึ้นชั้นประถม และตอนนี้ชั้นไม่ต้องอ่านนิทานให้เธอฟังอีกแล้ว แต่ประโยคอมตะในเทพนิยายยังคงวนเวียนในความคิดเสมอ หากฉันฉีกกฎเกณฑ์ในประโยคนั้นทิ้งป่านนี้จะเป็นอย่างไร เป็นคำถามที่มีเพียงความเงียบเท่านั้นเป็นคำตอบ

ด้วยภาระหน้าที่การงานกำลังจะทำให้ฉันกำลังได้เดินทางไปเมืองเหนือ เมืองที่เธออยู่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สามีของฉันได้ฝากกล่องไม้เรียบๆใบหนึ่งให้ฉันนำไปให้เธอหากว่าเรามีโอกาสได้ พบกัน ฉันได้แต่เฝ้าภาวนาให้ฉันกับเธอได้มีโอกาสได้พบกันอีก คำถามมากมายที่ฉันต้องการคำตอบจากเธอรวมถึงความคิดถึง ฉันอย่างรับรู้ทั้งหมดจากเธอ

ยอดดอยละไล้เมฆฝนที่ขณะนี้ปลดปล่อยความหนักอึ้งในตัวมันให้เปียกชุ่มไปทั่ว ทั้งเมือง ในมือของฉันถือร่มและกล่องไม้ที่ได้รับฝากมา กำลังเดินข้ามถนนไปยังร้านกาแฟน่ารักอันคุ้นเคย ฉันไม่ได้มาที่นี่นานหลายปี แต่ทุกอย่างยังดูคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ฉันเอื้อมมือไปผลักประตูบานใหญ่ที่แขวนกระดิ่งอยู่ด้านใน จังหวะเดียวกันกับที่เจ้าของมือเรียวบางอีกคนก็เอื้อมมือมาจับประตูเช่นกัน

ความตั้งใจที่จะหันไปขอโทษเจ้าของมือเรียวนั้น ทำให้กล่องไม้ในมือร่วงหล่น จดหมายภายในตกกระจายอยู่เต็มหน้าร้าน บางฉบับโดนฝนจนน้ำหมึกบนกระดาษเกือบเลือนรางไป เจ้าของมือที่เอื้อมมาเปิดประตูคือเธอนั่นเอง คนที่ฉันรอคอยอยากพบมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันพูดอะไรไม่ออก พยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นน้ำตาไว้ให้อยู่ ฉันก้มลงเก็บจดหมายลงกล่องดังเดิม โดยที่เธอกับหญิงสาวหน้าตาน่ารักอีกคนช่วยเก็บก่อนที่จดหมายเหล่านั้นจะ เปียกไปมากกว่านี้

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเมื่อเธอกับหญิงสาวหน้าตาน่ารักอีกคนเดินคล้อง แขนกันเข้าไปภายในร้าน โดยไร้คำพูดใดๆกับฉัน เหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ฉันปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดจากท่าทางสนิทสนมของคนทั้งสองขึ้นเงียบๆ ก่อนที่จะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ฉันก้าวตามทั้งสองเข้าไปภายในร้าน และวางกล่องไม้ไว้ข้างหน้าเธอ บอกเธอเพียงสั้นๆว่ามีคนฝากของสิ่งนี้มาให้เธอ ก่อนจะหันหลังกลับออกไป

ฝนซาลงไปมากแล้ว ฉันเดินย่ำไปบนบาทวิถีของเมืองที่คุ้นเคยอย่างเนือยๆ น่าแปลกที่น้ำตาที่ฉันพยายามกลั้นไว้มันกลับไม่ไหลออกมาอย่างที่ใจคิด หรือชีวิตมันจะน่าขันจนเกินไป เจ้าหญิงไม่อาจมีความสุขกับเจ้าชายที่รักเธอ และไม่อาจครองรักชั่วนิรันดร์กับคนที่เธอรัก ฝนหยุดตกแล้วแต่พื้นถนนยังคงชุ่มไปด้วยน้ำฝน ที่อีกไม่นานมันก็จะเหือดแห้งไปตามภาวะที่มันควรเป็น ฉันหุบร่มและยังคงก้าวเดินไปบนถนนสายเดิม

 

 

by...SadDog

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet